วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

เสื้อ-กางเกงแต่ละชนิดเรียกว่าอะไรบ้าง

เสื้อ-กางเกงแต่ละชนิดเรียกว่าอะไรบ้าง - ส่วนที่ 2...กางเกงกับกระโปรง

คราวก่อนผมคิดว่าหลายคนคงได้รู้จักกับเสื้อชนิดต่างๆ กันไปแล้วนะครับ คราวนี้มาต่อกันกับส่วนที่ 2 คือชิ้นล่างครับ ซึ่งก็ขอย้ำกันอีกทีว่าชื่อเรียกต่างๆ นี้ผมเรียกตามญี่ปุ่นครับ เพราะผมว่าเขาแยกได้ชัดเจนดี 

ว่าแล้วอย่ารอช้า....กางเกงกับกระโปรง แบบไหนเรียกว่าอะไรกันบ้างมาดูกันเลย
https://www.facebook.com/pkvintage





Slacks
กางเกงสแล็คที่คุ้นเคยกันดีครับ เป็นกางเกงผ้าไม่แข็ง รีดจีบที่หน้าขาเป็นสัน ใช้ใส่แบบเป็นงานเป็นการใส่เป็นเครื่องแบบ ชุดทำงาน และเป็นส่วนหนึ่งของชุดสูทอีกด้วย เพราะงั้นกางเกงสแล็คจึงมักจะตัดด้วยผ้าสีสุภาพ เช่น ดำ เทา น้ำเงินเข้ม เป็นต้น




Chino Pants หรือ Chinos
ชิโน กางเกงลำลอง รูปร่างหน้าตาคล้ายสแล็ค แต่ไม่รีดจีบเป็นสันที่หน้าขา ด้วยเพราะเป็นกางเกงลำลอง จึงมีสีให้เลือกใส่ได้มากกว่าสแล็ค กางเกงชิโนทำด้วยผ้าชิโนซึ่งเป็นผ้าที่ทอแบบทวิลวีฟ (Twill Weave) อย่างหนึ่ง ซึ่งเคยใช้ทำกางเกงทหารของกองทัพอังกฤษและฝรั่งเศษในสมัยก่อน ส่วนตัวผมเชื่อว่าหลายคนคงจะเรียกกางเกงชิโนว่าเป็นกางเกงสแล็คเพราะไม่รู้จักชื่อชิโน




Jeans
จีนส์หรือยีนส์ที่คุ้นเคย อดีตกางเกงของคนงานเหมืองที่กลายเป็นแฟชั่นสุดฮิตในปัจจุบัน ทำจากผ้าเดนิม.....ผมว่าผมคงไม่ต้องบอกอะไรมากล่ะครับ




Cargo Pants
คาร์โก้แพนท์ กางเกงทรงหลวม ขาตรงกว้าง มีกระเป๋าติดที่ขา เมื่อก่อนกางเกงคาร์โก้เคยถูกใช้เป็นกางเกงของทหารพลร่มซึ่งกระเป๋าที่เพิ่มขึ้นมาก็เพื่อใช้ใส่อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับทหารที่กระโดดร่มลงมา ในปัจจุบันกางเกงคาร์โก้แบ่งออกเป็น 2 แบบหลักๆ คือ แบบสนาม (ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรจริงๆ ครับ) อย่างเช่น กางเกงเอาท์ดอร์ กางเกงทหารกองทัพต่างๆ แบบนี้จะหาซื้อยากหน่อยเพราะมีแค่บางยี่ห้อที่ทำ กับอีกแบบคือแบบแฟชั่น เป็นแบบที่มีการดัดแปลงเอามาเป็นแฟชั่น เป็นแบบที่หาซื้อได้ทั่วไป หลายยี่ห้อทำออกมาขายกัน รวมถึงหาซื้อได้ตามร้านขายเสื้อผ้าทั่วไปครับ ปัจจุบันนี้กางเกงคาร์โก้ก็ยังมีใช้ในกองทัพอยู่ครับ




Painter Pants, Carpenter Pants
กางเกงเพนท์เตอร์หรือคาร์เพนเตอร์ อันนี้คนที่ชอบพวกเวิร์คแวร์ต้องรู้จักไว้เลย แปลเป็นไทยแล้วมันก็คือกางเกงช่างสีหรือกางเกงช่างไม้นั่นเองครับ เป็นกางเกงขาตรง ทรงหลวม มีช่องเสียบอุปกรณ์ที่ขาขวาด้านหลังส่วนที่ขาซ้ายด้านหลังจะมีห่วงฆ้อน (Hammer Loop) อยู่ 




Baker Pants
กางเกงเบคเกอร์ เป็นเวิร์คแวร์อีกเหมือนกันครับ เป็นกางเกงของคนทำงานร้านเบเกอรี่ในยุค 70 มีลักษณะเป็นกางเกงขาตรง ทรงไม่หลวมอย่างคาร์โก้หรือเพนท์เตอร์ จะเป็น Regular Fit กับ Relaxed Fit ซะมากกว่า ลักษณะของกางเกงเบคเกอร์คือกระเป๋าจะเป็นกระเป๋าแปะ ไม่เจาะครับ และกระเป๋าหลังจะมีฝาเป็นส่วนใหญ่




5 Pockets Pants
กางเกงแบบมีกระเป๋า 5 ช่อง....ไม่รู้เหมือนกันครับว่าจะเรียกว่าอะไรดี มันเป็นกางเกงที่ตัดแบบเดียวกันกับยีนส์เพียงแต่ผ้าที่ใช้ไม่ใช่เดนิมครับ ใช้ผ้าฝ้ายชนิดอื่นๆ แทน อาจจะเป็นผ้า ดริล (Drill) ที่ญี่ปุ่นเรียกว่าผ้าคัทซึรากิ (Katsuragi) หรือผ้าลูกฟูก ผ้าชิโนหรือผ้าอะไรก็ได้ครับ




Roll-up Pants
กางเกงแบบโรลอัพ คำว่าโรลอัพนี้ถ้าใครอ่านตอนก่อนที่พูดถึงเสื้อชนิดต่างๆ แล้วคงจะเข้าใจแล้วล่ะครับว่ามันคืออะไร เพราะมันก็เหมือนกับเสื้อเลย กางเกงแบบโรลอัพก็คือกางเกงที่ทำมาให้เราพับหรือม้วนขากางเกงขึ้นได้โดยมีสายรั้งให้ติดกระดุมที่ขากางเกงอีกที กางเกงโรลอัพนี้จะเป็นกางเกงอะไรก็ได้ครับทั้งยีนส์ ชิโน คาร์โก้หรืออื่นๆ




Thai Pants
กางเกงไทย กางเกงผ้าฝ้ายขากว้างๆ ที่เวลาใส่แล้วเราต้องใช้สายคาดเอวมาผูกเอาเอง บางคนก็เรียกกางเกงเล แต่จริงๆ แล้วมันก็คือกางเกงพื้นเมืองของเรานี่แหละครับ เพราะงั้นเรียกกางเกงไทยจะดีกว่า

พูดถึงกางเกงไทย ชื่อนี้เราน่าจะภูมิใจในเสื้อผ้าพื้นเมืองของไทยนะครับ เพราะเจ้ากางเกงที่หลายๆ คนมองว่าเชยบ้าง น่าเกลียดบ้าง ดูไม่ดีบ้าง นี่แหละ ที่คนญี่ปุ่นเอาไปใส่อย่างหลากหลายรูปแบบดูน่าสนใจทีเดียวครับ




Easy Pants
อีซี่แพนท์....กางเกงที่เอวใส่อีลาสติกรอบ หรือไม่ก็เป็นแบบมีสายคาดอยู่ให้ดึงแล้วผูกเอง ให้ใส่ได้สบายๆ ตามชื่อของมันครับ




Cropped Pants
คร็อปแพนท์ หมายถึงกางเกงที่ขาไม่ยาวเต็มอย่างปกติ คือยาวกว่ากางเกงขาสั้นแต่สั้นกว่ากางเกงขายาว ขาอาจจะยาวตั้งแต่ครึ่งน่องจนถึงเปิดข้อเท้าแบบขาลอยก็ได้




Capri
กางเกงคาปรี จัดเป็นคร็อปแพนท์อย่างหนึ่ง คือขาจะยาวประมาณครึ่งน่องถึงครึ่งแข้ง มักจะเป็น Regular Fit




Gaucho Pants
เกาโช่แพนท์ หรือกางเกงเกาโช่นี่ก็เป็นคร็อปแพนท์อีกชนิดหนึ่งเหมือนกันครับ จะเรียกว่าเป็นอีกเวอร์ชั่นของคาปรีก็ได้ เกาโช่จะมีลักษณะเหมือนกันกับคาปรีคือขาจะยาวใกล้เคียงกันแต่จะหลวมกว่า ขากางเกงจะมีลักษณะบานออก




Surf Pants
กางเกงเซิร์ฟ หรือที่ฝรั่งเรียกอีกอย่างว่า "บอร์ดชอร์ต (Board Shorts)" กางเกงสำหรับลงน้ำ ทำจากผ้าโพลีเอสเตอร์ที่ไม่อมน้ำ มีทั้งของผู้หญิงและผู้ชาย....ที่จริงอันนี้ผมคงไม่ต้องพูดอะไรมากล่ะครับ เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักกันอยู่แล้ว 




Legging
เลกกิ้ง...กางเกงผ้ายืดที่จะแนบติดกับขาของคนใส่ เป็นอีกชนิดที่ผมคงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก


เอาล่ะครับกางเกงก็หมดเท่านี้ต่อไปก่อนจะไปดูกระโปรงกัน มันมีอยู่อีกอย่างที่เป็นลูกครึ่งของกางเกงกับกระโปรง.....




Culotte
คยูล็อท....ออกเสียงยาก เอาง่ายๆ เป็น คิวล็อท หรือ คูล็อท ละกันครับ จริงๆ มันก็เป็นกางเกงที่ใส่แล้วดูเหมือนกระโปรงครับ บางครั้งก็จะเห็นเรียกว่า Culotte Skirt ด้วยเหมือนกันครับ


เอาล่ะครับมาถึงกระโปรงกันจริงๆ ซะที เรื่องกระโปรงนี่ที่จริงแล้วผมเองก็ไม่ค่อยรู้มากนักหรอกครับ เพราะไม่ได้ใส่เอง ผมเขียนครั้งนี้ก็เพิ่งเปิดค้นให้แบบสดๆ เลย....แล้วผมก็พบว่ามันมีอยู่เยอะเหมือนกันซึ่งก็ดูจะเกินกว่าความสามารถของผมที่จะทำความเข้าใจได้ เพราะงั้นผมก็เลยเลือกมาแค่แบบหลักๆ เท่านั้นครับ

การแบ่งลักษณะของกระโปรงจะมี 2 ส่วนครับ คือแบ่งตามความยาว ได้ 4 ระดับ ดังนี้ครับ




Maxi Skirt
กระโปรงแม็กซี่สเกิร์ต เป็นกระโปรงยาว ที่ยาวตั้งแต่ 70 ซม. ขึ้นไป




Midi Skirt
กระโปรงมิดี้สเกิร์ต กระโปรงยาวปานกลาง ความยาวอยู่ระหว่างแม็กซี่กับมินิ คือความยาวประมาณเข่า กระโปรงของเครื่องแบบนักเรียนญี่ปุ่นแบบชุดคอเซเลอร์ก็เป็นมิดี้สเกิร์ตครับ (ขอยกตัวอย่างชุดนักเรียนญี่ปุ่นเพราะเชื่อว่าหลายคนคงจะนึกภาพออก)




Mini Skirt
กระโปรงมินิสเกิร์ต กระโปรงสั้นเปิดเข่า มีความยาวกระโปรงประมาณ 40-50 ซม. กระโปรงของเครื่องแบบนักเรียนญี่ปุ่นที่เป็นแบบใส่เชิ้ตกับเบลเซอร์ก็เป็น มินิสเกิร์ตครับ




Micro Skirt
กระโปรงไมโครสเกิร์ต กระโปรงสั้นมาก ยาวแค่ไม่เกิน 35 ซม.


คราวนี้นอกจากความยาวของกระโปรงแล้ว การแบ่งยังมีการแบ่งตามรูปแบบด้วย ซึ่งผมก็เอามาแต่รูปแบบหลักๆ ดังนี้ (ซึ่งอาจจะไม่ครบก็ได้)




Tight Skirt, Mermaid Skirt, A-Line Skirt
ไทท์สเกิร์ต เมอร์เมดสเกิร์ต เอไลน์สเกิร์ต ทั้ง 3 อย่างนี้เป็นกระโปรงสำหรับใส่เป็นชุดทำงานในอ๊อฟฟิศได้ ถือเป็นกระโปรงแบบฟอร์มัลครับ หลายๆ คนคงจะคุ้นเคยดีเพราะจริงๆ แล้วชุดนักศึกษาก็ให้ใช้แบบนี้ (แม้ว่าที่ใส่จริงมักจะฟิตกว่านี้มากก็ตาม)

ไทท์สเกิร์ต (รูปซ้าย) เป็นชื่อเรียกของทางญี่ปุ่นครับ อันนี้รู้สึกว่าทางฝรั่งจะเรียกว่า Straight skirt หรือ Pencil skirt ก็ได้ครับ เป็นกระโปรงทรงตรง (หรืออาจจะสอบเข้านิดๆ) ผ้าเรียบไม่มีจีบ

เมอร์เมดสเกิร์ต (รูปกลาง) เป็นชื่อเรียกของทางญี่ปุ่น อันนี้รู้สึกว่าทางฝรั่งจะเรียกว่า Bell-shaped skirt เป็นกระโปรงผ้าเรียบไม่มีจีบแบบเดียวกันกับไทท์สเกิร์ต แต่ช่วงชายกระโปรงจะบานออก

เอไลน์สเกิร์ต (รูปขวา) อันนี้เรียกเหมือนกันทั้งทางญี่ปุ่นและฝรั่งครับ เป็นกระโปรงผ้าเรียบไม่มีจีบที่มีลักษณะบานออกนิดๆ ตั้งแต่ตรงช่วงเอวมาเลย มองดูแล้วจะเป็นแนวเส้นเอียงแบบตัว A เป็นที่มาของชื่อเอไลน์ครับ




Wrap Around Skirt
กระโปรงแร็พอะราวนด์ กระโปรงที่มีลักษณะเหมือนกับการนุ่งผ้าเช็ดตัวหรือการนุ่งซิ่นของไทย




Cargo Skirt
กระโปรงคาร์โก้ ลักษณะแบบเดียวกันกับกางเกงคาร์โก้แต่ว่าเป็นกระโปรงคือจะมีกระเป๋าที่ด้านนอก มีทั้งที่ติดกระเป๋าด้านข้างและด้านหน้า ตัวกระโปรงมักจะเป็นทรงหลวมอย่างเอไลน์




Pleats Skirt
กระโปรงพลีทหรือกระโปรงจีบ คือกระโปรงที่มีการจับจีบ อาจจะมีแค่ 1 จีบก็ได้และจะเป็นจีบแบบไหนก็ได้ จะเป็นจีบรอบหรือจะแค่จีบหน้า จีบหลัง จีบข้างก็ได้ กระโปรงที่เครื่องแบบนักเรียนญี่ปุ่นใช้กันก็เป็นพลีทสเกิร์ตแบบจีบรอบนี่แหละครับ




Flare Skirt
แฟลร์สเกิร์ต...จะเรียกว่ากระโปรงบานก็คงจะได้ครับ เพราะลักษณะของกระโปรงจะบานออกมากกว่าแบบเอไลน์ แต่ไม่มีจีบ ผ้าที่ทิ้งตัวลงไปจะเห็นเป็นลอนๆ 




Tiered Skirt
เทียร์สเกิร์ต...ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอะไรครับ เป็นกระโปรงที่มีลักษณะเป็นชั้น จะเป็นด้วยการเย็บต่อผ้าเป็นชั้นๆ หรือผ้าซ้อนกันเป็นชั้นก็ได้




Balloon Skirt
บอลลูนสเกิร์ต อันนี้ผมก็ไม่รู้ว่าภาษาไทยเรียกว่าอะไรเหมือนกันครับ เป็นกระโปรงที่มีลักษณะแบบเย็บชายเก็บเข้าข้างในให้ดูเหมือนจะออกพองๆ หน่อย



ก็ หมดแล้วครับ สำหรับกางเกงและกระโปรง ชื่อเรียกกางเกงหรือกระโปรงก็เหมือนกับเสื้อครับที่หลายๆ คนไม่ค่อยรู้จักว่ามันเรียกว่าอะไร ทั้งๆ ที่บางอย่างก็ใส่อยู่เองแต่ก็ไม่รู้ชื่อเรียกของมัน บางทีก็เรียกรวมไปกับอีกชนิดไปเลย ที่ผมเคยได้ยินก็เรียกชิโนรวมกับสแล็คนี่แหละครับบ่อยสุด อีกอันคือกางเกงคาร์โก้คนเรียกเป็นแบ๊กกี้บ้าง กางเกงทหารบ้าง(ทหารไม่ได้มีใช้แต่คาร์โก้นะครับ) กางเกงแอดเวนเจอร์บ้าง สำหรับผมฟังแล้วงงต้องถามต่อครับว่ามันคือแบบไหน ถ้าเราเรียกให้ถูกมันก็จะเป็นการระบุอย่างชัดเจนว่ามันคือแบบไหนกันแน่ครับ

https://www.facebook.com/pkvintage

1 ความคิดเห็น: